Disaster Recovery Plan (DRP) หรือ แผนการกู้คืนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นแผนสำคัญที่องค์กรต้องมีไว้รับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ระบบล่ม ไฟดับ ไฟไหม้ หรือเหตุภัยพิบัติอื่น ๆ
แต่แค่มีแผนไม่พอ!
ถ้าองค์กร ไม่เคยทบทวน ซักซ้อม หรือจำลองสถานการณ์ตาม DRP เลย จะเกิดความเสี่ยงอะไรขึ้นบ้าง?
ลองมาดูกันครับ…
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากไม่ซักซ้อม DRP
- บุคลากรไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่เมื่อเกิดภัย
ผลกระทบ: ทีมงานอาจตอบสนองล่าช้า ทำงานซ้ำซ้อน หรือทำหน้าที่ผิดขั้นตอน
ตัวอย่าง: เจ้าหน้าที่ IT ไม่รู้ว่าใครมีอำนาจอนุมัติการสลับระบบ (failover) ไปยัง DR Site
- ขั้นตอนใน DRP ใช้จริงไม่ได้
ผลกระทบ: ขั้นตอนที่เขียนไว้บนกระดาษอาจไม่สอดคล้องกับระบบจริงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ตัวอย่าง: สคริปต์กู้คืนระบบ รันแล้ว error เพราะมีการอัปเดตระบบ แต่ไม่ได้ปรับ DRP ให้สอดคล้องกัน

- ไม่สามารถกู้ระบบได้ภายใน RTO / RPO
ผลกระทบ: ธุรกิจหยุดชะงักนานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ อาจสูญเสียรายได้และความเชื่อมั่น
ตัวอย่าง: ระบบ ERP ใช้เวลากู้ 48 ชั่วโมง แต่ RTO (Recovery Time Objective) คือ 12 ชั่วโมง
- ระบบสำรองมีปัญหาโดยไม่รู้ตัว
ผลกระทบ: ถึงเวลาต้องใช้จริง กลับพบว่าระบบ DR ใช้งานไม่ได้
ตัวอย่าง: DR Site เชื่อมต่อ VPN ไม่ได้ หรือ License หมดอายุโดยไม่มีใครรู้
- ไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน / กฎระเบียบ
ผลกระทบ: เสี่ยงถูก Audit หรือ Regulator ตรวจพบว่าขาดการทดสอบ DRP อย่างเพียงพอ
ตัวอย่าง: ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ISO/IEC 27001 หรือ NIST SP 800-34
- สูญเสียความเชื่อมั่นและชื่อเสียงองค์กร
ผลกระทบ: ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่ม B2B อาจมองว่าบริษัทไม่มีความพร้อม และยุติการทำธุรกิจร่วม
ตัวอย่าง: ลูกค้ารายใหญ่ขอยกเลิกสัญญาเพราะไม่มั่นใจในแผนรับมือภัยพิบัติขององค์กร
💡 สรุปส่งท้าย
จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่แผน DRP เท่านั้น — แผนใด ๆ ก็ตามที่ไม่มีการซักซ้อม = แผนที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น IT Auditor ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบประเด็นนี้ และช่วยชี้ให้ผู้บริหารเห็นว่า การซ้อมแผนคือสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่ใช่แค่ “ควรทำ”
ฝากไว้เป็นแนวทางครับ การซักซ้อม DRP อาจดูเสียเวลาในตอนนี้ แต่จะช่วยประหยัดเวลา ความเสียหาย และชื่อเสียงขององค์กรได้มหาศาลในวันที่เกิดวิกฤตจริง







