วางระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม โดยการจัดทำนโยบายและระเบียบปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน
🟦 ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาและทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า (Understanding and Analyzing the Client’s Business)
✅ รวบรวมข้อมูลโครงสร้างองค์กร
ศึกษาแผนผังองค์กร (Organization Chart) บทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงนโยบายและกลยุทธ์หลักของบริษัท เพื่อเข้าใจบริบทของธุรกิจ
✅ ทำความเข้าใจลักษณะธุรกิจและกระบวนการทำงาน
วิเคราะห์ประเภทสินค้า บริการ ลักษณะของธุรกรรม และลักษณะเฉพาะที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง
✅ ประชุมกับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน
สัมภาษณ์เชิงลึก (Interview) และ Workshop ร่วมกัน เพื่อระบุปัญหา ความท้าทาย หรือจุดที่อาจยังไม่ชัดเจนในการควบคุมงาน
✅ รวบรวม Pain Points และปัญหาที่พบในปัจจุบัน
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบระบบควบคุมที่เหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้าได้ตรงจุด
🟦 ขั้นตอนที่ 2: ประเมินความเสี่ยงและช่องโหว่การควบคุม (Risk Assessment)
✅ ระบุความเสี่ยงหลัก (Key Risks)
เช่น ความเสี่ยงด้านการเงิน การทุจริต ความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือความเสี่ยงด้าน IT
✅ ประเมินระดับความรุนแรงของความเสี่ยง (Risk Rating)
พิจารณาความถี่และผลกระทบของความเสี่ยง แบ่งตามระดับสูง-กลาง-ต่ำ เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการควบคุม
✅ จัดทำรายงานสรุปความเสี่ยง
จัดทำรายงานสรุปความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอผู้บริหารและใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบระบบควบคุม
✅ เสนอแนวทางควบคุมเบื้องต้น
ให้แนวคิดการควบคุมเพื่อจัดการความเสี่ยงในแต่ละจุด เช่น การตรวจสอบซ้ำ (Double Check), การแยกหน้าที่, การใช้ระบบ IT ควบคุม
🟦 ขั้นตอนที่ 3: ออกแบบระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม (Designing an Appropriate Internal Control System)
✅ ออกแบบนโยบาย (Policy)
จัดทำนโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น นโยบายการเงิน นโยบายการจัดซื้อ นโยบายการบริหารสินทรัพย์ ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
✅ จัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติงาน (SOP)
สร้างขั้นตอนปฏิบัติงานที่ละเอียด ครอบคลุมวิธีปฏิบัติงานจริง กำหนดผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และเอกสารประกอบทุกขั้นตอน
✅ กำหนดจุดควบคุม (Control Points)
ระบุจุดเสี่ยง และกำหนดวิธีควบคุม เช่น การตรวจสอบอนุมัติ, การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล, การจัดทำเอกสารหลักฐาน
✅ ออกแบบระบบแยกหน้าที่ (Segregation of Duties)
ปรับบทบาทหน้าที่ระหว่างผู้ปฏิบัติ ผู้ตรวจสอบ และผู้อนุมัติ เพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตหรือข้อผิดพลาด
✅ ให้ข้อเสนอแนะที่นำไปใช้ได้จริง
ระบบที่เราออกแบบจะคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อไม่ให้เพิ่มภาระงานโดยไม่จำเป็น
🟦 ขั้นตอนที่ 4: จัดทำเอกสารและคู่มือระบบควบคุมภายใน (Preparing Documentation and Internal Control Manuals)
✅ บริการจัดทำเอกสารนโยบาย ระเบียบปฏิบัติงาน คู่มือการปฏิบัติงาน
ให้เป็นลายลักษณ์อักษร ชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนในองค์กรใช้เป็นแนวทางเดียวกัน
✅ จัดทำแบบฟอร์ม (Form) และ Checklist
ออกแบบฟอร์มที่จำเป็นต่อการควบคุมงาน เช่น ฟอร์มอนุมัติ, ฟอร์มตรวจนับ, Checklist สำหรับการตรวจติดตาม
✅ จัดทำแผนผังการทำงาน (Flowchart)
สรุปขั้นตอนทำงานให้อยู่ในภาพเดียว มองเห็นความเชื่อมโยงและจุดควบคุมสำคัญ
✅ ปรับรูปแบบเอกสารให้เหมาะกับองค์กร
ทั้งด้านเนื้อหา ภาษา และรูปแบบเอกสาร เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือทั้งสองภาษา
🟦 ขั้นตอนที่ 5: อบรมและถ่ายทอดความรู้ให้พนักงาน (Training and Educating Employees.)
✅ อบรมให้เข้าใจนโยบายและ SOP
สอนขั้นตอนปฏิบัติงานใหม่ อธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องมีจุดควบคุมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ
✅ สอนผ่านตัวอย่างจริง (Case Study)
ยกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาถ่ายทอด เพื่อให้พนักงานเข้าใจการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
✅ ตอบข้อสงสัยทันที
เปิดโอกาสให้ซักถาม เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำระบบไปปฏิบัติได้จริง
✅ จัดทำคู่มือประกอบการอบรม
แจกคู่มือหรือเอกสารสรุปให้นำกลับไปทบทวนภายหลัง
🟦 ขั้นตอนที่ 6: ติดตามผลและให้คำปรึกษาต่อเนื่อง
✅ ติดตามการนำระบบไปใช้จริง (Post-Implementation Review)
ตรวจสอบว่าหน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามระบบที่วางไว้หรือไม่ และพบปัญหาใดหรือไม่
✅ ปรับปรุงแก้ไขระบบหากจำเป็น
หากพบข้อจำกัด ปรับปรุงให้เหมาะสมทั้งในด้านเอกสารและขั้นตอนการปฏิบัติ
✅ ให้คำปรึกษาต่อเนื่อง (Ongoing Support)
ให้การสนับสนุนหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการใช้งาน เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรหรือกฎหมายใหม่






