ไขทุกข้อสงสัยเรื่อง ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม ที่ต้องรู้!
เคยสงสัยกันมั้ยคะ เวลาหยิบน้ำหวานหรือน้ำอัดลมจากตู้แช่ ทำไมราคาขวดเล็ก ๆ ถึงแพงกว่าน้ำเปล่าตั้งหลายเท่า? หรือทำไมเดี๋ยวนี้ถึงมีแต่ เครื่องดื่มสูตรหวานน้อย ลดน้ำตาล วางขายเต็มไปหมด?
บทความนี้เป็นตอนที่ 3 ของซีรีส์ “ภาษีสรรพสามิตที่ทุกคนควรรู้” ซึ่งเราจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับ ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม เพราะไม่ใช่แค่ผู้บริโภคที่ควรรู้ค่ะ แต่ ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ก็ต้องรู้และเข้าใจให้ดี เพื่อจะได้ไม่ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง จนต้นทุนบานปลายโดยไม่รู้ตัว
ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม คืออะไร?
อย่างที่หลายคนทราบ ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) เป็น ภาษีทางอ้อม ที่รัฐจัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่ถูกจัดเก็บภาษีนี้ก็คือ เครื่องดื่ม ที่กรมสรรพสามิตได้ให้นิยามว่า คือ สิ่งที่ตามปกติใช้เป็นเครื่องดื่มได้โดยไม่ต้องเจือปนและไม่มีแอลกอฮอล์ โดยจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม บรรจุในภาชนะและผนึกไว้ และให้หมายความรวมถึงเครื่องดื่มที่ทำหรือบรรจุหรือได้จากเครื่องขายเครื่องดื่มไม่ว่าจะขายด้วยวิธีใด แม้จะไม่ได้บรรจุภาชนะและผนึกไว้ ตัวอย่างเช่น
- น้ำอัดลม
- น้ำหวาน
- น้ำผลไม้
- น้ำผัก
- เครื่องดื่มผง เช่น กาแฟ 3 in 1
- น้ำโซดา
- น้ำแร่เทียม
- หัวเชื้อเข้มข้นเฉพาะที่ใช้กับเครื่องผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ณ จุดขายปลีก
ซึ่งภาษีสรรพสามิตประเภทนี้ส่งผลโดยตรงต่อ ราคาขายปลีก และ ต้นทุนธุรกิจ ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
ทำไมเครื่องดื่มหวานต้องเสียภาษีสรรพสามิต?
ภาษีความหวาน หรือภาษีน้ำตาล เป็นนโยบายภาษีที่รัฐใช้ เพื่อควบคุมพฤติกรรมการบริโภคและส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากน้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจ
ดังนั้น เครื่องดื่มที่มี ปริมาณน้ำตาลสูง จึงต้องเสียภาษีในอัตราที่มากกว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำ หรือไม่เติมน้ำตาลเลย
ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม คิดยังไง?
วิธีการคิด ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม มี 2 หลักใหญ่ ๆ คือ:
- คิดตามปริมาณน้ำตาล (หน่วยเป็นกรัมต่อ 100 มล.)
- ยิ่งน้ำตาลเยอะ → ยิ่งเสียภาษีสูง
- คิดตามมูลค่า
- ภาษีจะคำนวณจาก ราคาขายปลีกแนะนำ คูณด้วยอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด
ผลลัพธ์จากทั้ง 2 วิธี จะนำมาคำนวณรวมกันเป็น ภาษีสรรพสามิตที่ต้องจ่าย นั่นเองค่ะ

เครื่องดื่มประเภทไหน ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต?
ไม่ใช่เครื่องดื่มทุกประเภทที่ต้องเสียภาษีนะคะ เครื่องดื่มที่ ไม่ถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ได้แก่:
- น้ำดื่มบริสุทธิ์ น้ำแร่ธรรมชาติ
- นม และนมปรุงแต่ง
- เครื่องดื่มที่ทำขายเอง (ขายปลีก) เช่น น้ำส้มคั้นสด น้ำกระเจี๊ยบ น้ำลำไย
หลักสำคัญ คือ หากเป็นการผลิตเล็ก ๆ เพื่อขายปลีกโดยตรง ไม่ใช้เครื่องจักรซับซ้อน ไม่ใช่การผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือผลิตเพื่อขายส่ง ก็มักไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิตค่ะ
ถ้าเป็นผู้ประกอบการ ต้องทำยังไง?
ถ้าธุรกิจของเรา เข้าข่ายเป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องดื่ม ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องเสียภาษีสรรพสามิต ต้อง ยื่นจดทะเบียนสรรพสามิต ภายใน 30 วัน ก่อนเริ่มผลิตหรือนำเข้า โดยต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ จากนั้นก็แจ้งวันเริ่มการผลิต แจ้งราคาขายปลีก จัดทำรายงาน งบเดือน และยื่นชำระภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
หากไม่ยื่นให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจ โดนค่าปรับ หรือภาษีย้อนหลัง ซึ่งเป็นภาระที่หนักเอาการเลยค่ะ
ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม สำคัญกว่าที่คิด!
จะเห็นได้ว่า น้ำเปล่ากับน้ำอัดลม ไม่ได้ต่างกันแค่เรื่องรสชาติหรือเทรนด์สุขภาพ แต่ ต้นทุนราคาที่แพงขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจาก ภาษีสรรพสามิต ที่ซ่อนอยู่ในความหวานอร่อยนี่เองค่ะ
และอย่าลืมนะคะว่า ภาษีสรรพสามิต ไม่ได้เป็นแค่การเก็บเงินเข้ารัฐ แต่ยังเป็น เครื่องมือในการควบคุมพฤติกรรมการบริโภค และ ดูแลสุขภาพประชาชน ด้วย










